Special fiction for Shining lover's graduation
Cast : Super Junior
Status : END and waiting for special part.
Part 20
“ทนายตระกูลโจได้มาติดต่อทำสัญญาเช่าห้องนี้เมื่อเดือนที่แล้วเองครับ ระยะเวลาที่ระบุเอาไว้ในสัญญาเป็นเวลา 2 เดือนเพื่อที่คุณหนูโจจะได้เคลียร์เรื่องเรียนทางนี้ให้เรียบร้อยก่อนจะย้ายตามครอบครัวไป”
พ่อบ้านคิมค่อยๆกล่าวรายงานอย่างระมัดระวังโดยพยายามเรียบเรียงและเลือกใช้แต่ถ้อยคำที่ดูน่าจะปลอดภัยที่สุด
.
.
การนอนอันแสนสุขกับเช้าวันเสาร์อันแสนสงบของพ่อบ้านคิมจูยองถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของชายสองคนในชุดสูทสากลสีดำสนิท เข็มกลัดสีเงินอันเล็กแวววาวบริเวณปกเสื้อด้านขวาบ่งบอกชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยถามว่าใครส่งคนพวกนี้มา
.
.
“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกนั้น ฉันอยากรู้แค่ว่า เค้าสองคนไปเจอกันได้ยังไง? ที่ไหน? เมื่อไหร่? ป่านนี้จะลึกซึ้งกันไปถึงขั้นไหนแล้วก็ไม่รู้”
ชเวแชยอนรัวยิงคำถามใส่สายสืบปลาทองที่ถูกลูกน้องของตนพาตัวมาพบตามคำสั่ง
“………………................”
ในยามนี้แม้แต่การกลืนน้ำลายก็ยังพาลฝืดคอ เพราะพ่อบ้านคิมรู้ดีว่า ตัวการสำคัญที่ชักนำให้ทั้งคู่ได้มาพบกันคือใคร
~แทยอน ยุนอา ทิฟฟานี่ เจสสิก้า ซูยอง ซันนี่ ยูริ ฮโยยอน ซอฮยอน ลูกรัก ป๊ะป๋าคิมรักพวกหนูๆนะ ขอให้เติบโตขึ้นเป็นปลาทองที่แข็งแกร่งและสวยงาม จงมีชีวิตอยู่ต่อไปแทนป๊ะป๋าคิมด้วย อาเมน~
คิมจูยองยืนหน้าซีดตัวสั่นเตรียมตัวเตรียมใจจนพร้อมแล้วจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา
“คือว่าวันนั้นที่คุณหนูโจคยูฮยอนจะย้ายเข้ามาอยู่ พอดีผมมีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการจึงจำเป็นต้องหาที่ฝากกุญแจห้องไว้ให้.......................”
.
.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ถึงภายในคฤหาสน์ตระกูลชเวจะดูคึกคักวุ่นวายไปทั่วทุกบริเวณต่างกับเมื่อวานนี้ แต่บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านนั้นกำลังจะอบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นของคำว่าครอบครัว ชเวฮุนจู ท่านประธานใหญ่ที่สลัดคราบนักธุรกิจหมื่นล้านในชุดลำลองสบายๆอยู่กับบ้านจึงดูเหมือนคุณลุงใจดีทั่วไป ชเวแชยอน นายหญิงแห่งตระกูลชเวเองนั้นก็ดูสวยสง่าสมวัยโดยไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องใดๆให้มากมายนัก และเมื่อรวมเข้ากับชเวซีวอนคุณชายคนดีคนเดียวของบ้านที่เดินเคียงคู่จับจูงมือคุณหนูคนรักเข้ามาก็ถือเป็นอันครบถ้วนพร้อมหน้า
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณนาย”
ซีวอนพุ่งเข้าไปสวมกอดออดอ้อน คุณนายชเวแชยอน ด้วยความคิดถึง
“กว่าจะมาหาแม่ได้นะ”
คุณนายกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แต่ก็ยังให้รางวัลความขี้อ้อนด้วยการกอดตอบพร้อมหอมแก้มลูกชายสุดรักซ้ายขวา
“ก็มาหาแล้วนี่ไงครับ คิดถึงคุณนายจังเลย คุณนายไม่อยู่ บ้านเงียบชะมัด”
“เพราะบ้านเงียบก็เลยไม่ยอมกลับมาอยู่บ้านงั้นสิ ไม่ใช่เพราะเห็นว่าที่อื่นดีกว่าที่นี่ใช่มั๊ย?”
แชยอนพูดล้อพลางเอามือลูบหัวลูบหลังลูกชายคนเดียวด้วยความรักใคร่
“คุณนายก็เลยพาลนึกว่าชายชเวจะเห็นคนอื่นดีกว่าคนที่นี่ไปด้วยแล้วเสียอีก”
ถึงสัญญาณเตือนภัยส่วนตัวของโจคยูฮยอนจะทำงานได้ไม่ค่อยปกตินักเวลาที่อยู่กับไอ้คุณชายจอมเนียนกันสองต่อสอง แต่อยู่ๆตอนนี้มันก็กลับทำหน้าที่ส่งเสียงร้องลั่นเตือนภัย เมื่อคุณนายชเวแชยอนจงใจเหลือบขึ้นมามองหน้าตนในตอนท้ายประโยค
“เห็นพวกแม่บ้านคุยกันว่า เมื่อวานชายชเวกลับมาทานมื้อเย็นที่บ้าน แถมสั่งเด็กๆจัดเตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อย แต่แล้วทำไมถึงกลับไปนอนที่คอนโดเสียล่ะ?”
ฟังเพลินๆดูเหมือนแม่ลูกเค้าคุยเล่นหยอกล้อกันธรรมดา แต่คยูฮยอนกลับจับความรู้สึกไม่พอใจได้ในกระแสน้ำเสียง
“พอดีเช้าวันนี้คยูเค้ามีธุระต้องไปติวหนังสือที่มหาวิทยาลัยน่ะครับ พวกเราเลยต้องกลับไปนอนที่นั่นด้วยกัน”
หลังจากได้ยินคำตอบ ชเวฮุนจู นึกอยากจะจับเจ้าลูกชายตัวดี ไปลงเรียนรัฐศาสตร์การทูต เพื่อฝึกฝนศิลปะและทักษะด้านการพูด การเจรจา สนทนา สื่อสาร ให้มันดีกว่านี้จริงๆ ส่วนชเวแชยอนก็ได้แต่นิ่งเงียบไป
เมื่อเริ่มระลึกได้ว่าตัวเองไม่ได้มาแค่คนเดียว ชเวซีวอนจึงละจากอ้อมอกคุณนายชเวมานำเสนอแฟนสาว(?) ด้วยสีหน้าระรื่น
“คุณนายครับ คุณป๋าครับ นี่...โจคยูฮยอน”
คุณหนูโจก้มหัวโค้งคำนับผู้ใหญ่กว่าสองท่านด้วยความเคารพ แต่ก็แทบจะหัวทิ่มกับคำแนะนำตัวประโยคถัดมาจากซีวอน
“คยูเป็นคนรักของผมเองครับ”
คยูฮยอนทั้งโกรธไอ้คุณชายทั้งอายผู้สูงอายุทั้งสองคนจนไม่กล้าที่จะเงยหน้า จึงได้แต่ยืนก้มหน้าก้มตาโชว์หูแดงแจ๋ให้ทุกคนได้เห็น ฮุนจูยิ้มเอ็นดูในความน่ารักของเด็กหนุ่ม ผิดกับคุณนายชเวที่สีหน้านิ่งเกินกว่าใครๆจะคาดเดาอารมณ์ได้
คุณหนูโจต้องใช้เวลารวบรวมกำลังใจอยู่นานกว่าที่จะยอมแล้วละสายตาจากพื้นบ้านตระกูลชเวแล้วเงยหน้ากลับขึ้นมา
“เอ่อ...ส...สวัสดีครับ โจคยูฮยอนครับ”
คุณหนูโจแนะนำตัวเองบ้างด้วยเสียงสั่นๆ แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะสบตาผู้ใหญ่ทั้งสอง แก้มใสขึ้นสีระเรื่อน่าสัมผัสยิ่งนักในสายตาของคนที่คิดว่าตนเป็นเจ้าของ...แววตารักใคร่หวงแหนอย่างไม่ปิดบังของซีวอนต่อคนตัวเล็ก ก็ย่อมไม่พ้นสายตาของบุพการีอย่างฮุนจูกับแชยอนไปได้เช่นกัน
“ลูกชายซึงฮวานสินะ? พ่อเธอสบายดีใช่มั๊ย?”
ประธานชเวเป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนหวังจะให้คุณหนูโจรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งนั่นก็ได้ผลมาก
“ท่านรู้จักคุณพ่อด้วยหรือครับ?”
ความเกร็งน่ะหาย แต่ความสงสัยก็เข้ามาแทนที่
“รู้จักดีเลยล่ะ! เพราะฉะนั้น...เรียกฉันว่าพ่อเถอะ หรือจะเรียกว่า คุณป๋า เหมือนไอ้ชายชเวมันก็ได้ ท่าน-เทิ่น อะไรกัน ห่างเหินชะมัด”
คุณป๋าออกตัวแรงได้ใจซีวอนจริงๆ ในขณะที่คุณนายยังคงนิ่งอยู่
“ค..ครับ ท่..เอ่อ...คุณพ่อ”
คยูฮยอนตอบรับแบบขัดเขิน ท่าทางน่ารักถูกใจคุณชายเค้าล่ะ
“เรียกคุณป๋าเหมือนผมดีกว่าครับคยู”
~เรียกเอาไว้ให้ชินปาก อีกหน่อยจะได้ไม่สับสนเวลาที่เรียกคุณพ่อตาซึงฮวานกับคุณป๋าฮุนจูไง~
ซีวอนพูดเองคิดเองเออเองคนเดียวอย่างมีความสุข จนคนตัวเล็กต้องหันมาจิกตาดุใส่
“คิดไม่ถึงเลยว่าซึงฮวานมันจะกล้าทิ้งลูกชายที่น่ารักขนาดนี้เอาไว้ที่นี่คนเดียว”
คยูฮยอนพอจะรู้แล้วว่า ซีวอนได้นิสัยช่างพูดมาจากใคร...
“พอดีผมเรียนใกล้จะจบแล้วน่ะครับ ผมก็เลยบอกให้พวกท่านย้ายกันไปก่อนได้เลย จะได้ไม่ต้องทำเรื่องโอนหน่วยกิจให้วุ่นวายด้วย”
คุณหนูโจต้องรีบออกโรงมาชี้แจงก่อนที่บิดาของตนจะโดนเพื่อนตำหนิมากไปกว่านี้
“คยูเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยคยองฮีครับคุณนาย-คุณป๋า”
ชเวซีวอนภูมิใจขอนำเสนอคุณแฟนคนเก่ง
“ชั้นปีที่ 6 …คณะทันตแพทยศาสตร์”
คุณชายบรรจงเน้นทุกถ้อยคำแบบชัดๆช้าๆ เพราะกลัวว่าคนที่ทำเป็นไม่สนใจการสนทนานี้เลยจะพลาดเรื่องสำคัญไป
และแล้วชเวแชยอนที่นั่งเฉยปั้นหน้านิ่งมาตลอด ก็เผลอหลุดแสดงสีหน้าตกใจออกมาให้ทุกคนได้เห็น จึงพาลทำให้คยูฮยอนรู้สึกแปลกใจไปด้วย
~การที่ว่าที่ลูกสะใภ้เป็นเด็กดีมีชาติมีตระกูล แถมการศึกษาก็สูงส่งนี่มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ?~
“เพิ่งเจอกันได้ไม่นานเองไม่ใช่เหรอ? เรียนก็ยังไม่จบ”
คุณนายชเวขมวดคิ้วนึกถึงข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของพ่อบ้านคิม-สายสืบปลาทอง-
“หวังว่าพวกเธอคงจะยังไม่ได้...”
ชเวแชยอนเอ่ยพึมพำบางอย่างด้วยสีหน้าหวาดวิตก แล้วคุณลูกชายคนดีก็ชิงรีบตอบคำถามสวนกลับมา
“ถ้าคุณนายหมายถึงเรื่องนั้น พวกเราเรียบร้อยกันไปแล้วล่ะครับ”
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลชเวถึงกับเบิ่งตาค้าง พอๆกับคุณหนูตระกูลโจที่หน้าเหวอไป
~เอ่อออออ...กูไปเรียบร้อยอะไรกับมึงตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ? นี่กูยังไม่ทันรู้ตัวเลยนะเว้ยเห้ย~
“ชเวซีวอน!! ทั้งๆที่ลูกก็รู้กฎของบ้านตระกูลชเว...”
“ผมทราบดีครับ แต่เพราะเป็นคยู ผมถึงได้ยอมทำแบบนั้น”
ซีวอนยืนยันกับมารดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
~โอเคซึ้ง...แต่นี่กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ช่วยบอกกูหน่อยได้ม๊ายยยย~
คยูฮยอนจ้องหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างต้องการคำตอบ
“เอ่อ...ขอโทษนะครับ แต่ฟังดูเหมือนว่าท่านกำลังเข้าใจพวกเราผิดอยู่”
คยูฮยอนจึงพยายามจะอธิบายบ้าง
“เข้าใจผิดอะไร! ในเมื่อชายชเวก็เพิ่งสารภาพทั้งหมดออกมาแล้ว”
ชเวแชยอนหันขวับมาหาด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“แต่...ผม...ผมไม่รู้เรื่อง…”
ก็คยูฮยอนไม่เห็นเข้าใจสิ่งที่ไอ้คุณชายมันพูดเลยสักนิด
“ถือโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ ทำอะไรต่อมิอะไรลับหลังกัน!”
ท่าทางมันชักจะเกินเลยไปกันใหญ่แถมไม่ว่ายังไงคุณหนูโจก็ยังไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอยู่ดี
“หรือว่า...การที่เธอไม่ยอมรับ เพราะคิดจะไม่รับผิดชอบลูกชายฉันอย่างนั้นสิ”
สุดท้ายคุณนายชเวก็ยังเป็นแม่ที่รักลูกชายคนเดียวที่สุดเสมอ จึงอดที่จะคิดเข้าข้างชเวซีวอนไม่ได้
“รับผิดชอบ!! ผมต้องรับผิดชอบอะไรไม่ทราบครับ?”
เหมือนทุกคนจะได้ยินเสียงเส้นความอดทนขาดสะบั้น
“ผมต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายเสียหาย ถูกลูกชายของท่านจ้องคอยแต่จะเอาเปรียบ ล่อหลอก ลวนลาม หวังทำลายความแมนน่ะ”
ซีวอนสามารถบอกได้คำเดียวว่า...คุณหนูโจกำลังของขึ้นเต็มที่แล้ว ส่วนญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเค้าน่ะ อึ้งกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เอ่อ...คยูครับ”
คุณชายชเวเรียกเสียงอ่อน หวังจะให้คนตัวเล็กอารมณ์เย็นลงบ้าง แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นเหมือนยิ่งราดน้ำมันเข้าสู่กองไฟที่กำลังลุกโชน
“ไม่ต้องมาเรียกเลยนะ เมื่อกี้ทำไมนายถึงพูดแบบนั้น แล้วไม่ยอมมาช่วยกันอธิบายให้พวกท่านเข้าใจล่ะ”
คนตัวเล็กจึงทั้งเหวี่ยงทั้งวีนใส่เต็มที่
“แต่ที่ผมพูดกับคุณนายไปน่ะ หมายถึงเรื่องที่ผมยอมให้คยูผ่าฟันคุดให้นะครับ ไม่ใช่เรื่อง...อย่างที่คยูเข้าใจ”
คุณหนูโจถึงกับตาโตอ้าปากค้างเมื่อได้ยินซีวอนพูดจนจบ
“ผ่าฟันคุด!!”
“ครับ คยูผ่าฟันคุดให้ผม เสร็จเรียบร้อยกันไปตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา”
ซีวอนย้ำคำพูดของคุณนายชเวอีกครั้ง
“คือ...ถ้าหมายถึงเรื่องผ่าฟันคุด ผมก็ต้องดูแลรับผิดชอบคนไข้ทุกคนอยู่แล้วครับ”
คุณหนูโจอ้อมแอ้มตอบหลังจากที่พอจะตามบทสนทนาของแม่ลูกตระกูลชเวทัน
“แล้วผมก็ไม่ได้มีเจตนาจะทำอะไรลับหลังกันอย่างที่ว่า เพียงแต่...ผมไม่นึกว่าเคสนี้จะต้องเรียนให้ผู้ปกครองทราบก่อนด้วย”
มันมีแต่เด็กอายุต่ำกว่า 18 เท่านั้นนะเฟ้ย ที่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอมก่อนรับการรักษาน่ะ... กฎของตระกูลชเวที่พูดถึงกันคือเรื่องนี้รึเปล่าวะ?
“เดี๋ยวก่อนไอ้ตัวแสบ! แล้วนี่ไปทำกับน้องเค้าแบบนั้นได้ยังไงกันห๊ะ!”
ถึงคราวชเวฮุนจูแผดเสียงใส่ลูกชายตัวดีอย่างเอาเรื่อง
“ก็เพราะผมรักเค้าน่ะสิครับ คุณป๋า”
ซีวอนตะโกนตอบเสียงดังไม่แพ้กัน พร้อมส่งสายตาจริงจังจริงใจไปให้คนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้จะรู้สึกแย่ที่ทำให้ผู้มีพระคุณสูงสุดของชีวิตต้องผิดหวัง แต่เค้าก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วที่จะหยุดทุกอย่างอยู่ที่คนตัวเล็กคนนี้คนเดียวเท่านั้น
โจคยูฮยอนชักอยากหายตัวได้ชะมัด แค่เรื่องที่ตัวเองเป็นฝ่ายเข้าใจผิดก็อับอายจะแย่อยู่แล้ว แถมนี่ยังต้องมาขายหน้าเรื่องที่เผลอพูดออกไปเองอีก
“ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาจนถึงขั้นนี้”
ชเวแชยอนที่มีสีหน้าหนักใจหันไปสบตากับสามีชเวฮุนจูเชิงขอความคิดเห็น ซึ่งฮุนจูก็ผงกหัวรับให้อย่างหนักแน่น
“โจคยูฮยอน...เธอคงต้องมาเป็นคนของตระกูลชเวแล้วล่ะ”
“ห๊ะ!! แต่ผมแค่ผ่าฟันคุดให้ซีวอนเองนะครับ?!”
คุณหนูโจร้องเสียงหลง เพราะสีหน้าท่าทางของพ่อแม่ลูกตระกูลชเวนั้นไม่ได้สื่อว่ากำลังพูดเล่นแต่อย่างใด
“ใจเย็นก่อนนะครับคยู เดี๋ยวพวกเราจะอธิบายให้ฟัง”
ซีวอนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบก่อนค่อยๆประคองคนตัวเล็กให้นั่งลงเพื่อรับฟังเรื่องราว
“เธอคงพอจะรู้อยู่บ้างว่าตระกูลชเวถือเป็นตระกูลใหญ่ที่มีความสำคัญกับประเทศนี้ในหลายๆด้าน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งนั่นจึงทำให้เรามีทั้งมิตรสหายและศัตรูอยู่มากมาย เราถึงต้องมีบอดี้การ์ดประจำตัวไว้เพื่อคอยคุ้มกันจากการลอบทำร้ายในทุกรูปแบบ”
ฮุนจูจึงเริ่มปูพื้นก่อนด้วยเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ ก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นถัดไป
“ทุกสาขาอาชีพที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับพวกเราจึงต้องได้รับการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการแฝงตัวเข้ามาลอบทำร้ายหรือแม้แต่สืบความลับ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือแม้แต่ช่างตัดผม ซึ่งพวกเค้าต้องเข้าพิธีการสาบานตนเป็นคนของตระกูลชเวและจะไม่ทรยศหักหลังพวกเราอย่างเด็ดขาดไปจนตลอดชีวิต”
“คยูฮยอน ฉันคิดว่าเธอคงต้องรับผิดชอบลูกชายของฉันไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ”
“เอ่อ....”
~ผ่าฟันคุดบ้านมึงนี่ถึงขั้นต้องรับผิดชอบกันทั้งชีวิตเลยเหรอ? แล้วทำไมมึงไม่บอกกูก่อนนนน~
คยูฮยอนกรีดร้องครวญครางอยู่ในใจหลังจากที่ได้ยินท่านประธานชเวพูดจนจบ
“แต่เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เพราะทางเราก็จะรับผิดชอบสิ่งที่ชายชเวได้ทำลงไปกับเธอเหมือนกัน”
ตำแหน่งประธานสมาคมพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี 8 สมัยซ้อนค้ำคอชเวแชยอนเอาไว้จนเกินกว่าที่จะทำเพิกเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณหนูสกุลโจได้
“แต่...ผมไม่ได้...”
“เดี๋ยวคุณป๋าจะคุยกับซึงฮวานให้เองนะ ยังไงก็หมั้นกันไว้ก่อนก็แล้วกัน”
คยูฮยอนยังไม่ทันได้ออกความคิดเห็นใดๆ ชเวฮุนจูก็คิดจัดการต่อให้จนเสร็จสรรพ
“นี่! นายก็ช่วยพูดอะไรหน่อยสิเฟ้ย”
คนตัวเล็กจำต้องหาตัวช่วยเพราะไม่ว่ายังไงผู้ใหญ่ทั้งสองท่านก็ยอมไม่ฟังสิ่งที่ตนจะพูดเสียที
“นั่นสินะ...”
ซีวอนหยุดคิดสักครู่ก่อนตัดสินใจพูดบางอย่างออกมาบ้าง
“เพื่อเป็นการให้เกียรติตระกูลโจ ทางเราจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบเรื่องการจัดงานพิธีการทั้งหมดเอง ดีมั๊ยครับคุณป๋า-คุณนาย”
แล้วคุณชายชเวก็ได้ยิ้มร่าที่บุพการีทั้งคู่มีท่าทีเห็นด้วย
ไอ้!!!!!!!!!!!!!!
คุณหนูโจเบิ่งตากว้างอ้าปากค้าง มันสมองหัวกะทิระดับเหรียญทองเกิดการลัดวงจรขัดข้องจนไม่สามารถประมวลผลใดๆได้อีก
“ป่านนี้มื้อเย็นคงพร้อมแล้วล่ะ พวกเราไปที่ห้องอาหารกันดีกว่านะครับ”
ใครจะโง่อยู่คุยต่อให้ถูกปฏิเสธ ชเวซีวอนจึงรีบเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนประเด็นหนี แอบขำสีหน้าของว่าที่คุณภรรยาชะมัด
“ไปครับคุณนาย-คุณป๋า”
ซีวอนรีบทำหน้าที่ลูกดีเด่นด้วยการเข้าไปช่วยพยุงจูงมารดาพากันเดินออกนำไปยังห้องอาหารก่อน โดยมีชเวฮุนจูเดินตามไปติดๆ
โจคยูฮยอนยังคงยืนงงกับชีวิตอยู่ในห้องนั่งเล่นที่กลับสู่ความเงียบสงบเพียงลำพัง
~หมั้นเหรอ?! ห่านนนนนนน!!! ไม่เห็นถามความสมัครใจของกูกันเลยสักนิด กูยังใช้ชีวิตโสดไม่คุ้มเลยนะเฟ้ย อยู่ๆคิดอยากจะจัดงานหมั้นก็จัด ชิ! สิวเม็ดนี้จะหายทันรึเปล่าวะ? หมอสิวแมร่งก็คิวเยอะชิบ เดี๋ยวกลับไปโทรจองคอร์สนวดหน้า-ขัดผิวไว้ด้วยเลยดีกว่า...~
คนตัวเล็กยืนขมวดคิ้วนิ่วหน้าค้อนลมค้อนแล้งอยู่คนเดียวจนคนตัวโตกว่าที่เดินมาตามยังต้องหลุดขำ
“คุณหนูชเวคยูฮยอนที่รักครับ”
ซีวอนเรียกคนรักด้วยสรรพนามใหม่ที่เจ้าตัวคงจะได้ใช้จริงในอีกไม่ช้า
“นายหมายถึงใครไม่ทราบห๊ะ?!”
คยูฮยอนหายจากอาการจิตหลุดทันที หันขวับตั้งท่าพร้อมจะหาเรื่องกลับเต็มที่
“ก็หมายถึงคยูนั่นแหละครับ โอ๊ย!!”
“ชเวซีวอน!! ทำไมนายถึงพูดกับพวกท่านแบบนั้นห๊า! แทนที่จะช่วยกันคัดค้านกลับไปช่วยกันสนับสนุน แล้วบ้านนายมีกฎบ้าๆแบบนี้ทำไมไม่บอกกันก่อนวะ! อย่ามาล้อเล่นแบบนี้กับฉันนะเฟ้ย”
คุณชายชเวได้รางวัลของความปากดีเป็นกำปั้นเล็กๆที่ระดมรัวทุบลงมาแบบไม่มียั้งแถมยังไม่ออมแรงแลยแม้แต่น้อย
“คยู...โอ๊ย!!...คยูฟังผมก่อน ก็ผมอยากจองคยูเอาไว้ก่อนนี่นา มีแต่คนจะรุมแย่งอ่ะ ไม่รู้ล่ะ!ยังไงเราก็หมั้นกันไว้ก่อนเถอะนะ...นะครับ”
คุณชายชเวใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวหยุดการประทุษร้ายร่างกายตนด้วยการพุ่งเข้าประชิดแล้วกักขังคุณหนูจอมเหวี่ยงเอาไว้ในอ้อมกอดของตน
“ผมจริงจังกับคยูจริงๆนะ แต่ถ้าคยูยังไม่แน่ใจ...ก็ขอให้เวลาและการกระทำทั้งหมดของผมนับจากนี้ไปช่วยเป็นเครื่องพิสูจน์ ได้โปรด...อย่าตอบปฏิเสธผมเลยนะครับที่รัก”
ชเวซีวอนกระชับอ้อมแขนให้แน่นเข้าเพื่อที่จะออดอ้อนคนตัวเล็กในกำมือได้ถนัดขึ้นไปอีกจนในตอนนี้ทั้งตัวของโจคยูฮยอนแทบจมมิดเข้าไปในแผงอกแกร่งและวงแขนล่ำ คุณหนูโจรู้สึกราวกับเลือดในกายทั้งหมดมันพุ่งปรี๊ดแข่งกันสูบฉีดมาเลี้ยงแต่เฉพาะที่แก้มใสบนใบหน้า
“ก็...ก็ได้วะ...แต่บอกไว้ก่อนเลย ไม่เอา ‘ชเวคยูฮยอน’ นะเฟ้ย...นายยอมเปลี่ยนเป็น ‘โจซีวอน’ ได้รึเปล่าล่ะ”
ชาติเสือมันยังต้องไว้ลาย ลูกผู้ชายก็ต้องไว้หน้ากันบ้างล่ะวะ
“เอ่อ...ได้สิครับ จะยังไงก็ได้แล้วแต่ที่รักเลย แต่ตอนนี้เรารีบไปกินข้าวกันก่อนดีกว่านะครับ เพราะคุณป๋ากับคุณนายคงรออยู่นานแล้ว”
~ส่วนเรื่องของสกุล เอาไว้ค่อยตกลงกันอีกทีหลังจากที่เราไปทานของหวานกันแบบสองต่อสองเสร็จแล้วน่าจะดีกว่า ^^ ~
ซีวอนคิดเมนูต่อไปเอาไว้ในหัวเรียบร้อยก่อนยอมปล่อยคลายอ้อมกอดเพื่อให้คนรักได้ออกเดิน แต่ว่ามือข้างถนัดก็คงยังเกี่ยวรั้งเอวบางของคนตัวเล็กเอาไว้แน่นจนทั้งคู่ต้องเดินตัวเบียดตัวชิดกันไปจนถึงห้องอาหารได้ในที่สุด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ณ บ้านตระกูลโจที่อยู่ห่างไกลออกไปคนละทวีป
“คุณคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
โจมีรันเอ่ยถามสามีที่ดูมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรับสายโทรทางไกลจากเพื่อนคนสนิท
“ฮุนจูมันโทรมาหา พูดจาแปลกๆ เหมือนจะขอคยูฮยอนให้ลูกชายมัน...อะไรทำนองนั้น”
“อะ...อะไรนะคะ?!!~
“มันบอกว่าเด็กสองคนรักกัน ตอนนี้ก็คบกันอยู่ มันเลยอยากจะขอหมั้นหมายให้ถูกต้อง”
“แต่...แต่คยูเพิ่งแยกจากพวกเราไปไม่นานเองนะคะ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นว่าจะรู้จักมักจี่กันมาก่อน”
“คงไปเจอกันตอนที่เราเริ่มให้อยู่คนเดียว...ตามแผนของคุณนั่นแหละ ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าลูกเราน่ะมันเสน่ห์แรง แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะไวไฟกันได้ขนาดนี้”
สองสามีภรรยายิ้มเต็มแก้มยักคิ้วขยิบตาให้กันเมื่อนึกถึงแผนการที่คิดจะจับคู่ให้กับลูกชาย
“นี่คงต้องโทรไปเร่งงานร้านตัดเสื้อเสียแล้วสิ นึกไม่ถึงว่าได้ใช้เร็วขนาดนี้”
มีรันนึกถึงชุดออกงานหมั้นของลูกชายที่ตนได้ไปสั่งตัดเพื่อเตรียมตัวทิ้งเอาไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน
“ตอนที่ฮุนจูมันบรรยายสรรพคุณลูกชายของมันให้ผมฟัง ผมยังไม่อยากจะเชื่อว่า ซีวอนจะเอาชนะใจคยูฮยอนของพวกเราได้”
“เพราะลูกชายของพวกเราน่ารักมากๆต่างหากค่ะ ทางนั้นถึงได้มาติดตาต้องใจจนถอนตัวไม่ขึ้นแบบนี้”
โจมีรันก็เป็นคุณแม่ที่หลงลูกชายตัวเองมากไม่แพ้กัน
“แต่ผมก็ยังแอบเป็นห่วงลูกอยู่ดี คุณคิดว่าสิ่งที่พวกเราทำไปนี่มันถูกต้องแล้วใช่มั๊ย?”
“ทางนั้นฐานะชาติตระกูลก็ใช่ว่าจะเลวร้าย แถมยังเป็นถึงลูกชายของเพื่อนสนิท คุณยังจะต้องห่วงอะไรอีกคะ?”
“คุณอย่าลืม ‘คุณนายชเวแชยอน’ สิ”
โจซึงฮวานรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์และวีรกรรมการรักลูกชายแบบไร้ขอบเขตของภรรยาเพื่อนสนิทคนนี้ดี
“แต่คยูฮยอนลูกชายของเราก็ไม่ใช่แมวน้อยเซื่องๆที่จะยอมปล่อยให้ใครมารังแกกันง่ายๆหรอกนะคะ”
เพราะโจมีรันก็รู้จักนิสัยของลูกชายสุดรักตัวเองดีเหมือนกัน
“อีกอย่างนะคะ แชยอนแทบจะเป็นคนเริ่มต้นคิดแผนการทั้งหมดนี้ขึ้นมาด้วยซ้ำ ตอนที่เธอได้เห็นรูปของคยูฮยอนเป็นครั้งแรก”
.
.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++