2011/Aug/17

Special fiction for Shining lover's graduation

Cast : Super Junior

Status : END and waiting for special part.

Part 20

“ทนายตระกูลโจได้มาติดต่อทำสัญญาเช่าห้องนี้เมื่อเดือนที่แล้วเองครับ ระยะเวลาที่ระบุเอาไว้ในสัญญาเป็นเวลา 2 เดือนเพื่อที่คุณหนูโจจะได้เคลียร์เรื่องเรียนทางนี้ให้เรียบร้อยก่อนจะย้ายตามครอบครัวไป”

พ่อบ้านคิมค่อยๆกล่าวรายงานอย่างระมัดระวังโดยพยายามเรียบเรียงและเลือกใช้แต่ถ้อยคำที่ดูน่าจะปลอดภัยที่สุด

.

.

การนอนอันแสนสุขกับเช้าวันเสาร์อันแสนสงบของพ่อบ้านคิมจูยองถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของชายสองคนในชุดสูทสากลสีดำสนิท เข็มกลัดสีเงินอันเล็กแวววาวบริเวณปกเสื้อด้านขวาบ่งบอกชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยถามว่าใครส่งคนพวกนี้มา

.

.

“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกนั้น ฉันอยากรู้แค่ว่า เค้าสองคนไปเจอกันได้ยังไง? ที่ไหน? เมื่อไหร่? ป่านนี้จะลึกซึ้งกันไปถึงขั้นไหนแล้วก็ไม่รู้”

ชเวแชยอนรัวยิงคำถามใส่สายสืบปลาทองที่ถูกลูกน้องของตนพาตัวมาพบตามคำสั่ง

“………………................”

ในยามนี้แม้แต่การกลืนน้ำลายก็ยังพาลฝืดคอ เพราะพ่อบ้านคิมรู้ดีว่า ตัวการสำคัญที่ชักนำให้ทั้งคู่ได้มาพบกันคือใคร

 

~แทยอน ยุนอา ทิฟฟานี่ เจสสิก้า ซูยอง ซันนี่ ยูริ ฮโยยอน ซอฮยอน ลูกรัก ป๊ะป๋าคิมรักพวกหนูๆนะ ขอให้เติบโตขึ้นเป็นปลาทองที่แข็งแกร่งและสวยงาม จงมีชีวิตอยู่ต่อไปแทนป๊ะป๋าคิมด้วย อาเมน~

คิมจูยองยืนหน้าซีดตัวสั่นเตรียมตัวเตรียมใจจนพร้อมแล้วจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา

“คือว่าวันนั้นที่คุณหนูโจคยูฮยอนจะย้ายเข้ามาอยู่ พอดีผมมีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการจึงจำเป็นต้องหาที่ฝากกุญแจห้องไว้ให้.......................”

.

.

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ถึงภายในคฤหาสน์ตระกูลชเวจะดูคึกคักวุ่นวายไปทั่วทุกบริเวณต่างกับเมื่อวานนี้ แต่บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านนั้นกำลังจะอบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นของคำว่าครอบครัว ชเวฮุนจู ท่านประธานใหญ่ที่สลัดคราบนักธุรกิจหมื่นล้านในชุดลำลองสบายๆอยู่กับบ้านจึงดูเหมือนคุณลุงใจดีทั่วไป ชเวแชยอน นายหญิงแห่งตระกูลชเวเองนั้นก็ดูสวยสง่าสมวัยโดยไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องใดๆให้มากมายนัก และเมื่อรวมเข้ากับชเวซีวอนคุณชายคนดีคนเดียวของบ้านที่เดินเคียงคู่จับจูงมือคุณหนูคนรักเข้ามาก็ถือเป็นอันครบถ้วนพร้อมหน้า

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณนาย”

ซีวอนพุ่งเข้าไปสวมกอดออดอ้อน คุณนายชเวแชยอน ด้วยความคิดถึง

“กว่าจะมาหาแม่ได้นะ”

คุณนายกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แต่ก็ยังให้รางวัลความขี้อ้อนด้วยการกอดตอบพร้อมหอมแก้มลูกชายสุดรักซ้ายขวา

“ก็มาหาแล้วนี่ไงครับ คิดถึงคุณนายจังเลย คุณนายไม่อยู่ บ้านเงียบชะมัด”

“เพราะบ้านเงียบก็เลยไม่ยอมกลับมาอยู่บ้านงั้นสิ ไม่ใช่เพราะเห็นว่าที่อื่นดีกว่าที่นี่ใช่มั๊ย?”

แชยอนพูดล้อพลางเอามือลูบหัวลูบหลังลูกชายคนเดียวด้วยความรักใคร่

“คุณนายก็เลยพาลนึกว่าชายชเวจะเห็นคนอื่นดีกว่าคนที่นี่ไปด้วยแล้วเสียอีก”

 

ถึงสัญญาณเตือนภัยส่วนตัวของโจคยูฮยอนจะทำงานได้ไม่ค่อยปกตินักเวลาที่อยู่กับไอ้คุณชายจอมเนียนกันสองต่อสอง แต่อยู่ๆตอนนี้มันก็กลับทำหน้าที่ส่งเสียงร้องลั่นเตือนภัย เมื่อคุณนายชเวแชยอนจงใจเหลือบขึ้นมามองหน้าตนในตอนท้ายประโยค

 

“เห็นพวกแม่บ้านคุยกันว่า เมื่อวานชายชเวกลับมาทานมื้อเย็นที่บ้าน แถมสั่งเด็กๆจัดเตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อย แต่แล้วทำไมถึงกลับไปนอนที่คอนโดเสียล่ะ?”

ฟังเพลินๆดูเหมือนแม่ลูกเค้าคุยเล่นหยอกล้อกันธรรมดา แต่คยูฮยอนกลับจับความรู้สึกไม่พอใจได้ในกระแสน้ำเสียง

“พอดีเช้าวันนี้คยูเค้ามีธุระต้องไปติวหนังสือที่มหาวิทยาลัยน่ะครับ พวกเราเลยต้องกลับไปนอนที่นั่นด้วยกัน”

หลังจากได้ยินคำตอบ ชเวฮุนจู นึกอยากจะจับเจ้าลูกชายตัวดี ไปลงเรียนรัฐศาสตร์การทูต เพื่อฝึกฝนศิลปะและทักษะด้านการพูด การเจรจา สนทนา สื่อสาร ให้มันดีกว่านี้จริงๆ ส่วนชเวแชยอนก็ได้แต่นิ่งเงียบไป

 

เมื่อเริ่มระลึกได้ว่าตัวเองไม่ได้มาแค่คนเดียว ชเวซีวอนจึงละจากอ้อมอกคุณนายชเวมานำเสนอแฟนสาว(?) ด้วยสีหน้าระรื่น

“คุณนายครับ คุณป๋าครับ นี่...โจคยูฮยอน”

คุณหนูโจก้มหัวโค้งคำนับผู้ใหญ่กว่าสองท่านด้วยความเคารพ แต่ก็แทบจะหัวทิ่มกับคำแนะนำตัวประโยคถัดมาจากซีวอน

“คยูเป็นคนรักของผมเองครับ”

คยูฮยอนทั้งโกรธไอ้คุณชายทั้งอายผู้สูงอายุทั้งสองคนจนไม่กล้าที่จะเงยหน้า จึงได้แต่ยืนก้มหน้าก้มตาโชว์หูแดงแจ๋ให้ทุกคนได้เห็น ฮุนจูยิ้มเอ็นดูในความน่ารักของเด็กหนุ่ม ผิดกับคุณนายชเวที่สีหน้านิ่งเกินกว่าใครๆจะคาดเดาอารมณ์ได้

 

คุณหนูโจต้องใช้เวลารวบรวมกำลังใจอยู่นานกว่าที่จะยอมแล้วละสายตาจากพื้นบ้านตระกูลชเวแล้วเงยหน้ากลับขึ้นมา

“เอ่อ...ส...สวัสดีครับ โจคยูฮยอนครับ”

คุณหนูโจแนะนำตัวเองบ้างด้วยเสียงสั่นๆ แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะสบตาผู้ใหญ่ทั้งสอง แก้มใสขึ้นสีระเรื่อน่าสัมผัสยิ่งนักในสายตาของคนที่คิดว่าตนเป็นเจ้าของ...แววตารักใคร่หวงแหนอย่างไม่ปิดบังของซีวอนต่อคนตัวเล็ก ก็ย่อมไม่พ้นสายตาของบุพการีอย่างฮุนจูกับแชยอนไปได้เช่นกัน

 

“ลูกชายซึงฮวานสินะ? พ่อเธอสบายดีใช่มั๊ย?”

ประธานชเวเป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนหวังจะให้คุณหนูโจรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งนั่นก็ได้ผลมาก

“ท่านรู้จักคุณพ่อด้วยหรือครับ?”

ความเกร็งน่ะหาย แต่ความสงสัยก็เข้ามาแทนที่

“รู้จักดีเลยล่ะ! เพราะฉะนั้น...เรียกฉันว่าพ่อเถอะ หรือจะเรียกว่า คุณป๋า เหมือนไอ้ชายชเวมันก็ได้ ท่าน-เทิ่น อะไรกัน ห่างเหินชะมัด”

คุณป๋าออกตัวแรงได้ใจซีวอนจริงๆ ในขณะที่คุณนายยังคงนิ่งอยู่

“ค..ครับ ท่..เอ่อ...คุณพ่อ”

คยูฮยอนตอบรับแบบขัดเขิน ท่าทางน่ารักถูกใจคุณชายเค้าล่ะ

“เรียกคุณป๋าเหมือนผมดีกว่าครับคยู”

~เรียกเอาไว้ให้ชินปาก อีกหน่อยจะได้ไม่สับสนเวลาที่เรียกคุณพ่อตาซึงฮวานกับคุณป๋าฮุนจูไง~

ซีวอนพูดเองคิดเองเออเองคนเดียวอย่างมีความสุข จนคนตัวเล็กต้องหันมาจิกตาดุใส่

 

“คิดไม่ถึงเลยว่าซึงฮวานมันจะกล้าทิ้งลูกชายที่น่ารักขนาดนี้เอาไว้ที่นี่คนเดียว”

คยูฮยอนพอจะรู้แล้วว่า ซีวอนได้นิสัยช่างพูดมาจากใคร...

“พอดีผมเรียนใกล้จะจบแล้วน่ะครับ ผมก็เลยบอกให้พวกท่านย้ายกันไปก่อนได้เลย จะได้ไม่ต้องทำเรื่องโอนหน่วยกิจให้วุ่นวายด้วย”

คุณหนูโจต้องรีบออกโรงมาชี้แจงก่อนที่บิดาของตนจะโดนเพื่อนตำหนิมากไปกว่านี้

“คยูเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยคยองฮีครับคุณนาย-คุณป๋า”

ชเวซีวอนภูมิใจขอนำเสนอคุณแฟนคนเก่ง

“ชั้นปีที่ 6 …คณะทันตแพทยศาสตร์”

คุณชายบรรจงเน้นทุกถ้อยคำแบบชัดๆช้าๆ เพราะกลัวว่าคนที่ทำเป็นไม่สนใจการสนทนานี้เลยจะพลาดเรื่องสำคัญไป

 

และแล้วชเวแชยอนที่นั่งเฉยปั้นหน้านิ่งมาตลอด ก็เผลอหลุดแสดงสีหน้าตกใจออกมาให้ทุกคนได้เห็น  จึงพาลทำให้คยูฮยอนรู้สึกแปลกใจไปด้วย

~การที่ว่าที่ลูกสะใภ้เป็นเด็กดีมีชาติมีตระกูล แถมการศึกษาก็สูงส่งนี่มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ?~

 

“เพิ่งเจอกันได้ไม่นานเองไม่ใช่เหรอ? เรียนก็ยังไม่จบ”

คุณนายชเวขมวดคิ้วนึกถึงข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของพ่อบ้านคิม-สายสืบปลาทอง-

“หวังว่าพวกเธอคงจะยังไม่ได้...”

ชเวแชยอนเอ่ยพึมพำบางอย่างด้วยสีหน้าหวาดวิตก แล้วคุณลูกชายคนดีก็ชิงรีบตอบคำถามสวนกลับมา

“ถ้าคุณนายหมายถึงเรื่องนั้น พวกเราเรียบร้อยกันไปแล้วล่ะครับ”

ผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลชเวถึงกับเบิ่งตาค้าง พอๆกับคุณหนูตระกูลโจที่หน้าเหวอไป

~เอ่อออออ...กูไปเรียบร้อยอะไรกับมึงตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ? นี่กูยังไม่ทันรู้ตัวเลยนะเว้ยเห้ย~

“ชเวซีวอน!! ทั้งๆที่ลูกก็รู้กฎของบ้านตระกูลชเว...”

“ผมทราบดีครับ แต่เพราะเป็นคยู ผมถึงได้ยอมทำแบบนั้น”

ซีวอนยืนยันกับมารดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

~โอเคซึ้ง...แต่นี่กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ช่วยบอกกูหน่อยได้ม๊ายยยย~

คยูฮยอนจ้องหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างต้องการคำตอบ

 

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ แต่ฟังดูเหมือนว่าท่านกำลังเข้าใจพวกเราผิดอยู่”

คยูฮยอนจึงพยายามจะอธิบายบ้าง

“เข้าใจผิดอะไร! ในเมื่อชายชเวก็เพิ่งสารภาพทั้งหมดออกมาแล้ว”

ชเวแชยอนหันขวับมาหาด้วยท่าทางเอาเรื่อง

“แต่...ผม...ผมไม่รู้เรื่อง…”

ก็คยูฮยอนไม่เห็นเข้าใจสิ่งที่ไอ้คุณชายมันพูดเลยสักนิด

“ถือโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ ทำอะไรต่อมิอะไรลับหลังกัน!”

ท่าทางมันชักจะเกินเลยไปกันใหญ่แถมไม่ว่ายังไงคุณหนูโจก็ยังไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอยู่ดี

“หรือว่า...การที่เธอไม่ยอมรับ เพราะคิดจะไม่รับผิดชอบลูกชายฉันอย่างนั้นสิ”

สุดท้ายคุณนายชเวก็ยังเป็นแม่ที่รักลูกชายคนเดียวที่สุดเสมอ จึงอดที่จะคิดเข้าข้างชเวซีวอนไม่ได้

 

“รับผิดชอบ!! ผมต้องรับผิดชอบอะไรไม่ทราบครับ?”

เหมือนทุกคนจะได้ยินเสียงเส้นความอดทนขาดสะบั้น

“ผมต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายเสียหาย ถูกลูกชายของท่านจ้องคอยแต่จะเอาเปรียบ ล่อหลอก ลวนลาม หวังทำลายความแมนน่ะ”

ซีวอนสามารถบอกได้คำเดียวว่า...คุณหนูโจกำลังของขึ้นเต็มที่แล้ว ส่วนญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเค้าน่ะ อึ้งกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เอ่อ...คยูครับ”

คุณชายชเวเรียกเสียงอ่อน หวังจะให้คนตัวเล็กอารมณ์เย็นลงบ้าง แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นเหมือนยิ่งราดน้ำมันเข้าสู่กองไฟที่กำลังลุกโชน

“ไม่ต้องมาเรียกเลยนะ เมื่อกี้ทำไมนายถึงพูดแบบนั้น แล้วไม่ยอมมาช่วยกันอธิบายให้พวกท่านเข้าใจล่ะ”

คนตัวเล็กจึงทั้งเหวี่ยงทั้งวีนใส่เต็มที่

“แต่ที่ผมพูดกับคุณนายไปน่ะ หมายถึงเรื่องที่ผมยอมให้คยูผ่าฟันคุดให้นะครับ ไม่ใช่เรื่อง...อย่างที่คยูเข้าใจ”

คุณหนูโจถึงกับตาโตอ้าปากค้างเมื่อได้ยินซีวอนพูดจนจบ

 

“ผ่าฟันคุด!!”

“ครับ คยูผ่าฟันคุดให้ผม เสร็จเรียบร้อยกันไปตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา”

ซีวอนย้ำคำพูดของคุณนายชเวอีกครั้ง

“คือ...ถ้าหมายถึงเรื่องผ่าฟันคุด ผมก็ต้องดูแลรับผิดชอบคนไข้ทุกคนอยู่แล้วครับ”

คุณหนูโจอ้อมแอ้มตอบหลังจากที่พอจะตามบทสนทนาของแม่ลูกตระกูลชเวทัน

“แล้วผมก็ไม่ได้มีเจตนาจะทำอะไรลับหลังกันอย่างที่ว่า เพียงแต่...ผมไม่นึกว่าเคสนี้จะต้องเรียนให้ผู้ปกครองทราบก่อนด้วย”

มันมีแต่เด็กอายุต่ำกว่า 18 เท่านั้นนะเฟ้ย ที่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอมก่อนรับการรักษาน่ะ... กฎของตระกูลชเวที่พูดถึงกันคือเรื่องนี้รึเปล่าวะ?

 

“เดี๋ยวก่อนไอ้ตัวแสบ! แล้วนี่ไปทำกับน้องเค้าแบบนั้นได้ยังไงกันห๊ะ!”

ถึงคราวชเวฮุนจูแผดเสียงใส่ลูกชายตัวดีอย่างเอาเรื่อง

“ก็เพราะผมรักเค้าน่ะสิครับ คุณป๋า”

ซีวอนตะโกนตอบเสียงดังไม่แพ้กัน พร้อมส่งสายตาจริงจังจริงใจไปให้คนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้จะรู้สึกแย่ที่ทำให้ผู้มีพระคุณสูงสุดของชีวิตต้องผิดหวัง แต่เค้าก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วที่จะหยุดทุกอย่างอยู่ที่คนตัวเล็กคนนี้คนเดียวเท่านั้น

 

โจคยูฮยอนชักอยากหายตัวได้ชะมัด แค่เรื่องที่ตัวเองเป็นฝ่ายเข้าใจผิดก็อับอายจะแย่อยู่แล้ว แถมนี่ยังต้องมาขายหน้าเรื่องที่เผลอพูดออกไปเองอีก

 

“ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาจนถึงขั้นนี้”

ชเวแชยอนที่มีสีหน้าหนักใจหันไปสบตากับสามีชเวฮุนจูเชิงขอความคิดเห็น ซึ่งฮุนจูก็ผงกหัวรับให้อย่างหนักแน่น

“โจคยูฮยอน...เธอคงต้องมาเป็นคนของตระกูลชเวแล้วล่ะ”

“ห๊ะ!! แต่ผมแค่ผ่าฟันคุดให้ซีวอนเองนะครับ?!”

คุณหนูโจร้องเสียงหลง เพราะสีหน้าท่าทางของพ่อแม่ลูกตระกูลชเวนั้นไม่ได้สื่อว่ากำลังพูดเล่นแต่อย่างใด

 

“ใจเย็นก่อนนะครับคยู เดี๋ยวพวกเราจะอธิบายให้ฟัง”

ซีวอนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบก่อนค่อยๆประคองคนตัวเล็กให้นั่งลงเพื่อรับฟังเรื่องราว

“เธอคงพอจะรู้อยู่บ้างว่าตระกูลชเวถือเป็นตระกูลใหญ่ที่มีความสำคัญกับประเทศนี้ในหลายๆด้าน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งนั่นจึงทำให้เรามีทั้งมิตรสหายและศัตรูอยู่มากมาย เราถึงต้องมีบอดี้การ์ดประจำตัวไว้เพื่อคอยคุ้มกันจากการลอบทำร้ายในทุกรูปแบบ”

ฮุนจูจึงเริ่มปูพื้นก่อนด้วยเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ ก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นถัดไป

“ทุกสาขาอาชีพที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับพวกเราจึงต้องได้รับการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการแฝงตัวเข้ามาลอบทำร้ายหรือแม้แต่สืบความลับ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือแม้แต่ช่างตัดผม ซึ่งพวกเค้าต้องเข้าพิธีการสาบานตนเป็นคนของตระกูลชเวและจะไม่ทรยศหักหลังพวกเราอย่างเด็ดขาดไปจนตลอดชีวิต”

 

“คยูฮยอน ฉันคิดว่าเธอคงต้องรับผิดชอบลูกชายของฉันไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ”

“เอ่อ....”

~ผ่าฟันคุดบ้านมึงนี่ถึงขั้นต้องรับผิดชอบกันทั้งชีวิตเลยเหรอ? แล้วทำไมมึงไม่บอกกูก่อนนนน~

คยูฮยอนกรีดร้องครวญครางอยู่ในใจหลังจากที่ได้ยินท่านประธานชเวพูดจนจบ

 

“แต่เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เพราะทางเราก็จะรับผิดชอบสิ่งที่ชายชเวได้ทำลงไปกับเธอเหมือนกัน”

ตำแหน่งประธานสมาคมพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี 8 สมัยซ้อนค้ำคอชเวแชยอนเอาไว้จนเกินกว่าที่จะทำเพิกเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณหนูสกุลโจได้

“แต่...ผมไม่ได้...”

“เดี๋ยวคุณป๋าจะคุยกับซึงฮวานให้เองนะ ยังไงก็หมั้นกันไว้ก่อนก็แล้วกัน”

คยูฮยอนยังไม่ทันได้ออกความคิดเห็นใดๆ ชเวฮุนจูก็คิดจัดการต่อให้จนเสร็จสรรพ

 

“นี่! นายก็ช่วยพูดอะไรหน่อยสิเฟ้ย”

คนตัวเล็กจำต้องหาตัวช่วยเพราะไม่ว่ายังไงผู้ใหญ่ทั้งสองท่านก็ยอมไม่ฟังสิ่งที่ตนจะพูดเสียที

“นั่นสินะ...”

ซีวอนหยุดคิดสักครู่ก่อนตัดสินใจพูดบางอย่างออกมาบ้าง

“เพื่อเป็นการให้เกียรติตระกูลโจ ทางเราจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบเรื่องการจัดงานพิธีการทั้งหมดเอง ดีมั๊ยครับคุณป๋า-คุณนาย”

แล้วคุณชายชเวก็ได้ยิ้มร่าที่บุพการีทั้งคู่มีท่าทีเห็นด้วย

 

ไอ้!!!!!!!!!!!!!!

คุณหนูโจเบิ่งตากว้างอ้าปากค้าง มันสมองหัวกะทิระดับเหรียญทองเกิดการลัดวงจรขัดข้องจนไม่สามารถประมวลผลใดๆได้อีก

 

“ป่านนี้มื้อเย็นคงพร้อมแล้วล่ะ พวกเราไปที่ห้องอาหารกันดีกว่านะครับ”

ใครจะโง่อยู่คุยต่อให้ถูกปฏิเสธ ชเวซีวอนจึงรีบเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนประเด็นหนี แอบขำสีหน้าของว่าที่คุณภรรยาชะมัด

“ไปครับคุณนาย-คุณป๋า”

ซีวอนรีบทำหน้าที่ลูกดีเด่นด้วยการเข้าไปช่วยพยุงจูงมารดาพากันเดินออกนำไปยังห้องอาหารก่อน โดยมีชเวฮุนจูเดินตามไปติดๆ 

 

โจคยูฮยอนยังคงยืนงงกับชีวิตอยู่ในห้องนั่งเล่นที่กลับสู่ความเงียบสงบเพียงลำพัง

~หมั้นเหรอ?! ห่านนนนนนน!!! ไม่เห็นถามความสมัครใจของกูกันเลยสักนิด กูยังใช้ชีวิตโสดไม่คุ้มเลยนะเฟ้ย อยู่ๆคิดอยากจะจัดงานหมั้นก็จัด ชิ! สิวเม็ดนี้จะหายทันรึเปล่าวะ? หมอสิวแมร่งก็คิวเยอะชิบ เดี๋ยวกลับไปโทรจองคอร์สนวดหน้า-ขัดผิวไว้ด้วยเลยดีกว่า...~

 

คนตัวเล็กยืนขมวดคิ้วนิ่วหน้าค้อนลมค้อนแล้งอยู่คนเดียวจนคนตัวโตกว่าที่เดินมาตามยังต้องหลุดขำ

“คุณหนูชเวคยูฮยอนที่รักครับ”

ซีวอนเรียกคนรักด้วยสรรพนามใหม่ที่เจ้าตัวคงจะได้ใช้จริงในอีกไม่ช้า

“นายหมายถึงใครไม่ทราบห๊ะ?!”

คยูฮยอนหายจากอาการจิตหลุดทันที หันขวับตั้งท่าพร้อมจะหาเรื่องกลับเต็มที่

“ก็หมายถึงคยูนั่นแหละครับ โอ๊ย!!”

“ชเวซีวอน!! ทำไมนายถึงพูดกับพวกท่านแบบนั้นห๊า! แทนที่จะช่วยกันคัดค้านกลับไปช่วยกันสนับสนุน แล้วบ้านนายมีกฎบ้าๆแบบนี้ทำไมไม่บอกกันก่อนวะ! อย่ามาล้อเล่นแบบนี้กับฉันนะเฟ้ย”

คุณชายชเวได้รางวัลของความปากดีเป็นกำปั้นเล็กๆที่ระดมรัวทุบลงมาแบบไม่มียั้งแถมยังไม่ออมแรงแลยแม้แต่น้อย

“คยู...โอ๊ย!!...คยูฟังผมก่อน ก็ผมอยากจองคยูเอาไว้ก่อนนี่นา มีแต่คนจะรุมแย่งอ่ะ ไม่รู้ล่ะ!ยังไงเราก็หมั้นกันไว้ก่อนเถอะนะ...นะครับ”

คุณชายชเวใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวหยุดการประทุษร้ายร่างกายตนด้วยการพุ่งเข้าประชิดแล้วกักขังคุณหนูจอมเหวี่ยงเอาไว้ในอ้อมกอดของตน

“ผมจริงจังกับคยูจริงๆนะ แต่ถ้าคยูยังไม่แน่ใจ...ก็ขอให้เวลาและการกระทำทั้งหมดของผมนับจากนี้ไปช่วยเป็นเครื่องพิสูจน์ ได้โปรด...อย่าตอบปฏิเสธผมเลยนะครับที่รัก”

ชเวซีวอนกระชับอ้อมแขนให้แน่นเข้าเพื่อที่จะออดอ้อนคนตัวเล็กในกำมือได้ถนัดขึ้นไปอีกจนในตอนนี้ทั้งตัวของโจคยูฮยอนแทบจมมิดเข้าไปในแผงอกแกร่งและวงแขนล่ำ คุณหนูโจรู้สึกราวกับเลือดในกายทั้งหมดมันพุ่งปรี๊ดแข่งกันสูบฉีดมาเลี้ยงแต่เฉพาะที่แก้มใสบนใบหน้า

“ก็...ก็ได้วะ...แต่บอกไว้ก่อนเลย ไม่เอา ‘ชเวคยูฮยอน’ นะเฟ้ย...นายยอมเปลี่ยนเป็น ‘โจซีวอน’ ได้รึเปล่าล่ะ”

ชาติเสือมันยังต้องไว้ลาย ลูกผู้ชายก็ต้องไว้หน้ากันบ้างล่ะวะ

“เอ่อ...ได้สิครับ จะยังไงก็ได้แล้วแต่ที่รักเลย แต่ตอนนี้เรารีบไปกินข้าวกันก่อนดีกว่านะครับ เพราะคุณป๋ากับคุณนายคงรออยู่นานแล้ว”

~ส่วนเรื่องของสกุล เอาไว้ค่อยตกลงกันอีกทีหลังจากที่เราไปทานของหวานกันแบบสองต่อสองเสร็จแล้วน่าจะดีกว่า ^^ ~

ซีวอนคิดเมนูต่อไปเอาไว้ในหัวเรียบร้อยก่อนยอมปล่อยคลายอ้อมกอดเพื่อให้คนรักได้ออกเดิน แต่ว่ามือข้างถนัดก็คงยังเกี่ยวรั้งเอวบางของคนตัวเล็กเอาไว้แน่นจนทั้งคู่ต้องเดินตัวเบียดตัวชิดกันไปจนถึงห้องอาหารได้ในที่สุด

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ บ้านตระกูลโจที่อยู่ห่างไกลออกไปคนละทวีป

 

“คุณคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

โจมีรันเอ่ยถามสามีที่ดูมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรับสายโทรทางไกลจากเพื่อนคนสนิท

“ฮุนจูมันโทรมาหา พูดจาแปลกๆ เหมือนจะขอคยูฮยอนให้ลูกชายมัน...อะไรทำนองนั้น”

“อะ...อะไรนะคะ?!!~

“มันบอกว่าเด็กสองคนรักกัน ตอนนี้ก็คบกันอยู่ มันเลยอยากจะขอหมั้นหมายให้ถูกต้อง”

“แต่...แต่คยูเพิ่งแยกจากพวกเราไปไม่นานเองนะคะ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นว่าจะรู้จักมักจี่กันมาก่อน”

“คงไปเจอกันตอนที่เราเริ่มให้อยู่คนเดียว...ตามแผนของคุณนั่นแหละ ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าลูกเราน่ะมันเสน่ห์แรง แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะไวไฟกันได้ขนาดนี้”

สองสามีภรรยายิ้มเต็มแก้มยักคิ้วขยิบตาให้กันเมื่อนึกถึงแผนการที่คิดจะจับคู่ให้กับลูกชาย

 

“นี่คงต้องโทรไปเร่งงานร้านตัดเสื้อเสียแล้วสิ นึกไม่ถึงว่าได้ใช้เร็วขนาดนี้”

มีรันนึกถึงชุดออกงานหมั้นของลูกชายที่ตนได้ไปสั่งตัดเพื่อเตรียมตัวทิ้งเอาไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน

“ตอนที่ฮุนจูมันบรรยายสรรพคุณลูกชายของมันให้ผมฟัง ผมยังไม่อยากจะเชื่อว่า ซีวอนจะเอาชนะใจคยูฮยอนของพวกเราได้”

“เพราะลูกชายของพวกเราน่ารักมากๆต่างหากค่ะ ทางนั้นถึงได้มาติดตาต้องใจจนถอนตัวไม่ขึ้นแบบนี้”

โจมีรันก็เป็นคุณแม่ที่หลงลูกชายตัวเองมากไม่แพ้กัน

 

“แต่ผมก็ยังแอบเป็นห่วงลูกอยู่ดี คุณคิดว่าสิ่งที่พวกเราทำไปนี่มันถูกต้องแล้วใช่มั๊ย?”

“ทางนั้นฐานะชาติตระกูลก็ใช่ว่าจะเลวร้าย แถมยังเป็นถึงลูกชายของเพื่อนสนิท คุณยังจะต้องห่วงอะไรอีกคะ?”

“คุณอย่าลืม ‘คุณนายชเวแชยอน’ สิ”

โจซึงฮวานรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์และวีรกรรมการรักลูกชายแบบไร้ขอบเขตของภรรยาเพื่อนสนิทคนนี้ดี

“แต่คยูฮยอนลูกชายของเราก็ไม่ใช่แมวน้อยเซื่องๆที่จะยอมปล่อยให้ใครมารังแกกันง่ายๆหรอกนะคะ”

เพราะโจมีรันก็รู้จักนิสัยของลูกชายสุดรักตัวเองดีเหมือนกัน

“อีกอย่างนะคะ แชยอนแทบจะเป็นคนเริ่มต้นคิดแผนการทั้งหมดนี้ขึ้นมาด้วยซ้ำ ตอนที่เธอได้เห็นรูปของคยูฮยอนเป็นครั้งแรก”

.

.

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

END